Re-mapping Tradition in Thailand and Southeast AsiaEmbodied Knowledge: Public Forum & Performance Showcase


เกี่ยวกับงานนี้

เราจะตีความและสร้างความหมายใหม่ให้องค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในร่างกาย โดยยังคงเชื่อมโยงอยู่กับภูมิปัญญาดั้งเดิมด้อย่างไร?

Remapping Tradition in Southeast Asia: Embodied Knowledge – Public Forum & Performance Showcase เป็นเวทีที่รวบรวมศิลปิน นักวิชาการ นักการศึกษา นักเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ และองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรมจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนานาประเทศ เพื่อร่วมสำรวจแนวทางใหม่ในการทำความเข้าใจ การบันทึก การถ่ายทอด และการต่อยอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในร่างกาย (Embodied Cultural Knowledge)

งานนี้นำเสนอผลลัพธ์จากสองโครงการที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ได้แก่

  • Remapping Tradition in Thailand and Southeast Asia – Phase 1 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งเน้นการจัดเก็บข้อมูล และการวิเคราะห์เปรียบเทียบหลักการเคลื่อนไหวของนาฏศิลป์ดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • Phase 2 – Embodied Knowledge Laboratory (10–14 สิงหาคม 2569) พร้อมทั้ง Public Forum & Performance Showcase (16 สิงหาคม 2569)ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม โดยรวบรวมศิลปินนาฏศิลป์ดั้งเดิมจาก 9 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาทำงานร่วมกับนักวิจัย นักออกแบบท่าเต้น และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Motion Capture เพื่อศึกษาว่าการเคลื่อนไหวสามารถถูกวิเคราะห์ บันทึก ตีความ และพัฒนาไปสู่รูปแบบใหม่ขององค์ความรู้ทางศิลปะ การศึกษา และสื่อดิจิทัลได้อย่างไร

แทนที่จะมองนาฏศิลป์ดั้งเดิมเป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่หยุดนิ่ง โครงการนี้เสนอให้มองนาฏศิลป์ในฐานะ “องค์ความรู้ที่มีชีวิต” ซึ่งยังคงพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผ่านการปฏิบัติทางศิลปะ การวิจัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

ประเด็นสำคัญของงาน

ภายในงานจะร่วมสำรวจประเด็นสำคัญ อาทิ

  • เราจะทำความเข้าใจนาฏศิลป์ดั้งเดิมในฐานะ “องค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในร่างกาย” มากกว่าการเป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างไร?
  • การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวและการสร้างแผนภาพ (Movement Analysis & Diagramming) จะมีบทบาทอย่างไรในการบันทึกและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนาฏศิลป์?
  • เทคโนโลยี Motion Capture และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถสนับสนุนการวิจัยทางศิลปะและการสืบทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมได้อย่างไร?
  • ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อศิลปิน นักวิจัย และนักเทคโนโลยีทำงานร่วมกันข้ามศาสตร์และข้ามวัฒนธรรม?

ผู้จัดงานและเครือข่าย

กิจกรรมในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 จัดโดย พิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี (Pichet Klunchun Dance Company: PKDC) นำเสนอโดยความร่วมมือกับ Cyborg Psychology Research Group แห่ง MIT Media Lab, Cie Gilles Jobin / Studio 44 MocapLab และ ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม และ Cie Gilles Jobin / Studio 44 MocapLab


กำหนดการ

09.00 – 10.00: ลงทะเบียน

10.00 – 10.30: กล่าวเปิดงาน

ผู้กล่าวเปิด

  • Representatives of the Ministry of Culture, Thailand, Department of Cultural Promotion, and the Office of Contemporary Art and Culture Ministry of Culture
  • Pichet Klunchun

10.30 – 11.00: นำเสนอโครงการ Remapping Tradition in Thailand and Southeast Asia

แนะนำวิสัยทัศน์ แนวคิด วิธีวิทยา และผลลัพธ์สำคัญของโครงการ

วิทยากร: ดร.สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์

11.00 – 12.30: ปาฐกถาและเสวนาพิเศษ ลำดับที่ 1 AI as Ancestral Intelligence: Examining, Experimenting, and Evolving Intangible Cultural Heritage with Technology

นาฏศิลป์ดั้งเดิมมักถูกกล่าวถึงผ่านแนวคิดเรื่อง “การอนุรักษ์” แต่การอนุรักษ์นำไปสู่คำถามสำคัญยิ่งกว่า คือ

“แท้จริงแล้ว เรากำลังพยายามอนุรักษ์อะไร?”

แทนที่จะมองประเพณีเป็นวัตถุหรือรูปแบบทางวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เวทีเสวนานี้ชวนมองนาฏศิลป์ดั้งเดิมในฐานะระบบขององค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในร่างกาย ซึ่งยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการปฏิบัติ การเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

เมื่อปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีเกิดใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บและถ่ายทอดองค์ความรู้ งานนี้จะสำรวจว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถสนับสนุน (มิใช่เข้ามาแทนที่) กระบวนการเรียนรู้และการสืบทอดองค์ความรู้ที่มีชีวิตได้อย่างไร

กำหนดการ

  • ปาฐกถาพิเศษ โดย ดร. พัทน์ ภัทรนุธาพร
  • เสวนาร่วมกับ Ya-Tin Lin, I-Wen Chang, Dr. Lowell Skar และ Miki Orihara
  • ดำเนินรายการโดย Lim How Ngean
  • ถาม–ตอบกับผู้เข้าร่วม

12.30 – 13.30 พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30 – 14.30: ปาฐกถาและเสวนาพิเศษ ลำดับที่ 2 “No.60 as Remapping Tradition: From Thai Classical Dance to a Regional Knowledge Framework”

นาฏศิลป์ดั้งเดิมได้รับการถ่ายทอดผ่านวิธีการแบบมุขปาฐะ อาศัยการสังเกต การเลียนแบบ และการฝึกฝนกับร่างกายมาโดยตลอด

แม้ว่าวิธีการเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญ แต่ก็ทำให้เกิดคำถามว่า

“เราจะสามารถแบ่งปัน เปรียบเทียบ และสนทนาเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในร่างกายข้ามวัฒนธรรม โดยไม่ลดทอนอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเพณีได้อย่างไร?”

เวทีนี้นำเสนอ No.60 ไม่ใช่เพียงวิธีวิทยาที่พัฒนาขึ้นจากนาฏศิลป์ไทย แต่ในฐานะกรอบการวิเคราะห์หลักของโครงการ Remapping Tradition

ผ่านการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวและการสร้างแผนภาพ No.60 เสนอ “ภาษาร่วม” สำหรับการศึกษาหลักการเชิงโครงสร้างของนาฏศิลป์ดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งเคารพอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละรูปแบบการแสดง

กำหนดการ

  • บทนำ โดย Lim How Ngean
  • ปาฐกถาพิเศษ โดย พิเชษฐ กลั่นชื่น
  • ถาม–ตอบกับผู้เข้าร่วม

14:30 – 15:00: การสาธิต Motion Capture สด From Living Body to Living Archive

องค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในร่างกายจะก้าวข้ามการเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกบันทึก เพื่อกลายเป็นทรัพยากรที่มีชีวิตสำหรับการศึกษา การสร้างสรรค์ และการสืบทอดทางวัฒนธรรมในอนาคตได้อย่างไร

การสาธิตนี้ต่อยอดจากกระบวนการทำงานใน Embodied Knowledge Laboratory โดยแสดงให้เห็นการเดินทางขององค์ความรู้ ตั้งแต่การปฏิบัติจริง การสังเกตการเคลื่อนไหว การสร้างแผนภาพ การบันทึกด้วย Motion Capture การสร้างภาพข้อมูลดิจิทัล ไปจนถึงการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ทางด้านการออกแบบท่าเต้น

แทนที่จะมอง Motion Capture เป็นเพียงเทคโนโลยีสำหรับการบันทึกข้อมูล การสาธิตนี้จะนำเสนอศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าวในฐานะ เครื่องมือสำหรับการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ที่ช่วยขยายวิธีการทำความเข้าใจ ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้ที่มีชีวิต

นำเสนอโดย Cie Gilles Jobin / Studio 44 MocapLab

15.00 – 17.00: การแสดงผลงาน Embodied Knowledge in Practice & Artist Dialogue

ช่วงสุดท้ายของงานจะนำเสนอการแสดงจากศิลปินนาฏศิลป์ดั้งเดิมทั้ง 9 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับผลงานสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้นภายใน Embodied Knowledge Laboratory

การแสดงชุดนี้มิได้มอง “นาฏศิลป์ดั้งเดิม” และ “ศิลปะร่วมสมัย” เป็นสองสิ่งที่แยกขาดจากกัน หากแต่แสดงให้เห็นว่าหลักการการเคลื่อนไหวจากประเพณีสามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่ทางศิลปะ โดยยังคงเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับรากฐานทางวัฒนธรรมของตน

The programme concludes with a moderated reflection between the artists and audience.


เหมาะสำหรับผู้เข้าร่วม

งานนี้เปิดรับผู้สนใจทุกท่าน โดยเฉพาะ

  • ศิลปินนาฏศิลป์และนักออกแบบท่าเต้น
  • นักวิจัยและนักวิชาการ
  • นักศึกษาและอาจารย์
  • บุคลากรด้านพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรม
  • นักเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์
  • ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านศิลปวัฒนธรรม
  • ผู้สนใจอนาคตของนาฏศิลป์ การวิจัยทางศิลปะ และเทคโนโลยีสร้างสรรค์

ลงทะเบียน

การลงทะเบียน เข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า

Remapping Tradition 2026 Public Forum & Performance Showcase - August 16th

Related Content